เด็กจบใหม่ก็อยากทำงาน…แล้วทำไมการเริ่มต้นชีวิตทำงานจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด?




เรียนจบแล้ว ไม่ได้แปลว่าจะได้งานทันที แล้วถ้ายังหางานไม่ได้…แปลว่าเราไม่เก่งพอหรือเปล่า?

สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ทั้งตื่นเต้นและกดดัน หลังจากใช้เวลาหลายปีในมหาวิทยาลัย ก็ถึงเวลาที่ต้องก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน หลายคนอยากมีรายได้ อยากช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว และอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเราก็ทำงานได้เหมือนกัน

แต่เมื่อเริ่มสมัครงาน กลับพบว่า…

  • บางตำแหน่งต้องการคนมีประสบการณ์ ทั้งที่เราเพิ่งเรียนจบ
  • บางงานเรียนมาตรงสาย แต่ทักษะที่นายจ้างต้องการกลับไม่ตรงกับที่เคยเรียน
  • บางบริษัทเปิดรับสมัคร แต่การแข่งขันสูงและมีผู้สมัครจำนวนมาก
  • บางคนสมัครไปหลายแห่งแล้วก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ

คำถามจึงไม่ใช่แค่ “ทำไมเด็กจบใหม่หางานยาก?” แต่เราควรถามด้วยว่า อะไรทำให้การเปลี่ยนจากนักศึกษาไปเป็นคนทำงานเต็มตัวเป็นเรื่องยากขึ้น?

1. ตัวเลขกำลังบอกอะไรเรา?

รายงานข่าวเศรษฐกิจของ ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ซึ่งอ้างข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 401,000 คน เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคนอายุ 20–24 ปีมีประมาณ 174,000 คน หรือคิดเป็น 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมด

ขณะเดียวกัน มีการประเมินว่าประเทศไทยจะมีความต้องการแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายประมาณ 1.1 ล้านตำแหน่ง ในช่วงปี 2568–2572 โดยความต้องการส่วนใหญ่กระจุกตัวในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ ตลอดจนอุตสาหกรรมดิจิทัล

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ เด็กจบใหม่ 1.74 แสนคน เสี่ยงตกงาน เหตุทักษะไม่ตรงตลาดแรงงาน วันที่ 7 ตุลาคม 2569 อ้างข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดแรงงานของคนวัยเริ่มต้นทำงาน อย่างไรก็ตาม คนอายุ 20–24 ปีที่ว่างงานไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นบัณฑิตจบใหม่ จึงควรใช้ตัวเลขนี้อย่างระมัดระวัง

เมื่อมองอีกด้านหนึ่ง ตลาดยังมีความต้องการแรงงานในหลายอุตสาหกรรม เราจึงควรตั้งคำถามว่า หากมีตำแหน่งงานที่ต้องการคน แล้วเหตุใดคนที่กำลังหางานกับงานที่เปิดรับจึงอาจยังไม่พบกัน?

คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ความไม่สอดคล้องระหว่างความรู้และทักษะของผู้สมัครกับความต้องการของงาน แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ทั้งประสบการณ์ที่นายจ้างคาดหวัง ภาวะเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

เรียนจบแล้ว แต่ความรู้ตรงกับงานหรือยัง?

จากประสบการณ์การทำงานด้าน HR ของพี่ตุ้ม เคยมีโอกาสไปร่วมงาน Job Fair ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลานั้นบริษัทที่พี่ตุ้มทำงานอยู่ต้องการบุคลากรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม หรือ SHE รวมถึงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ)

มีนิสิตชั้นปีที่ 4 จากภาควิชาสิ่งแวดล้อมมาสมัครงานหลายคน น้อง ๆ มีไหวพริบและอุปนิสัยดี อีกทั้งความรู้ที่เรียนมาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานที่บริษัทต้องการ

แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติของตำแหน่ง กลับพบข้อจำกัดสำคัญ คือ น้อง ๆ ยังไม่มีคุณสมบัติเฉพาะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง จป.วิชาชีพตามเงื่อนไขที่ใช้ในเวลานั้น จึงไม่สามารถสมัครหรือเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้ตามที่บริษัทต้องการ

พี่ตุ้มเคยพบอีกกรณีหนึ่ง คือบัณฑิตสาขาวิศวกรรมอุตสาหการที่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวข้องกับงาน สามารถเรียนรู้งานได้รวดเร็ว และได้รับคำชมจากผู้บริหารชาวญี่ปุ่น แต่การมีความรู้ที่เกี่ยวข้องเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่มีข้อกำหนดเฉพาะได้โดยอัตโนมัติ

 ประสบการณ์ทั้งสองกรณีทำให้พี่ตุ้มมองเห็นประเด็นสำคัญว่า การเรียนจบในสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานที่ดี...แต่บางตำแหน่งยังต้องการคุรสมบัติ หรือความสามารถเฉพาะเพิ่มเติมด้วย

3. แล้วใครควรมีส่วนรับผิดชอบในการเตรียมความพร้อม?

เมื่อพิจารณาจากทั้งข้อมูลตลาดแรงงานและประสบการณ์จริง เราอาจเห็นว่าปัญหาการหางานของบัณฑิตไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ð       ตัวนักศึกษา ต้องพยายามทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เรียนมานำไปใช้กับงานอะไรได้บ้าง และหาวิธีแสดงให้นายจ้างเห็นว่าตนเองมีความรู้หรือทักษะที่เกี่ยวข้องอย่างไร

ð       สถาบันการศึกษา ควรมีช่องทางรับฟังความต้องการของภาคธุรกิจ และช่วยให้นักศึกษาเข้าใจลักษณะงาน คุณสมบัติที่จำเป็น ตลอดจนแนวทางพัฒนาความสามารถเพิ่มเติม

ð       นายจ้างและ HR ก็มีบทบาทในการสื่อสารความต้องการของตำแหน่งงานให้ชัดเจน และพิจารณาว่าความสามารถใดจำเป็นต้องมีตั้งแต่เริ่มงาน กับความสามารถใดที่สามารถพัฒนาผ่านการสอนงานและประสบการณ์จริงได้

การเชื่อมโยงทั้งสามฝ่ายไม่ได้รับประกันว่าบัณฑิตทุกคนจะได้งานทันที แต่ช่วยเพิ่มโอกาสให้การศึกษา การเตรียมความพร้อม และความต้องการของตลาดแรงงานเชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น

 จากคำถามว่า “ทำไมยังหางานไม่ได้?” สู่คำถามว่า “เราจะเตรียมตัวให้พร้อมขึ้นได้อย่างไร?”

สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบ การยังไม่ได้งานไม่ได้แปลว่าเราไม่มีความสามารถ แต่อาจเป็นจุดที่ต้องกลับมาทบทวนว่า งานที่ต้องการนั้นต้องใช้ความรู้ ทักษะ และคุณสมบัติอะไรบ้าง และเรามีสิ่งเหล่านั้นพร้อมแล้วมากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกัน การเตรียมคนให้พร้อมทำงานก็ไม่ใช่หน้าที่ของบัณฑิตเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องที่ผู้เรียน สถาบันการศึกษา นายจ้าง และ HR ควรช่วยกันเชื่อมต่อ

เพราะการเรียนจบเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทำงาน แต่การทำให้ความรู้ที่มีเปลี่ยนเป็นความสามารถในการทำงานจริง ต้องอาศัยทั้งการเตรียมตัว โอกาส และระบบที่ช่วยให้คนได้เรียนรู้

แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?

ครูพี่ตุ้มยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากประสบการณ์ของทุกคนค่ะ

มาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดแนวคิดด้าน HROD ไปด้วยกันได้ที่ Facebook Page: HROD Consultant by “ครูพี่ตุ้ม”

👉 [ติดตามและร่วมพูดคุยที่ Facebook Page]    https://www.facebook.com/hrodconsultant.by.kru.P.TUM


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีการสร้างและจัดการโครงสร้างเงินเดือน ภาคปฏิบัติ (Salary Structure Design and Salary Slotting)

การจ่ายค่าจ้าง...และ โครงสร้างเงินเดือน (Salary Structure)

Situational Leadership I หรือ ผู้นำตามสถานการณ์ (ตอนที่ 1)