href='https://googleapis.com' rel='stylesheet' type='text/css'/> HROD consultant by ครูพี่ตุ้ม: กว่าจะเป็นสุภาพบุรุษนักเดินเรือ (3) ..หนึ่งปีบนเรือ: ประสบการณ์ที่หล่อหลอมคนเรือ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

กว่าจะเป็นสุภาพบุรุษนักเดินเรือ (3) ..หนึ่งปีบนเรือ: ประสบการณ์ที่หล่อหลอมคนเรือ

 

หลังจากเพื่อน ๆ รุ่น 36 เลือกบริษัทเรือเพื่อออกฝึกภาคปฏิบัติทางทะเลเป็นเวลาหนึ่งปีกันไปหมดแล้ว ส่วนใหญ่เลือกลงเรือบรรทุกสินค้าทั่วไปที่เดินเรือไปญี่ปุ่นและยุโรป

ส่วนผมยังต้องเรียนซ่อมวิชาเคมีและสถิติร่วมกับน้อง ๆ นดร. รุ่น 37 และ 38 จนในที่สุดก็เรียนครบทุกวิชาตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต จากนั้นจึงเริ่มหาเรือเพื่อฝึกภาคปฏิบัติ

ผมได้รับโอกาสให้ไปฝึกบนเรือ TMN PIONEER บริหารจัดการโดย Thome Ship Management (Thailand) เป็นเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี อาจารย์บอกผมว่า ผมได้รับโอกาสที่ดีมาก เพราะได้เริ่มต้นชีวิตคนเรือกับบริษัทที่มีระบบการจัดการเรือที่ดี

วันแรก ๆ กับชีวิตบนเรือจริง

ผมหอบสัมภาระขึ้นเรือพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ถึง 4 ใบ ซึ่งแม่กับพี่สาวช่วยกันจัดเตรียมให้ ทั้งยา อาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัว เรียกว่าจัดให้แบบยกโหล เพื่อให้ผมใช้ชีวิตอยู่บนเรือได้อย่างไม่เดือดร้อนตลอดหนึ่งปี

เช้ามืดวันหนึ่ง ประมาณตีห้า ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปลงเรือเล็กที่ท่าเรือมาโคโปโล แหลมฉบัง เพื่อเดินทางไปขึ้นเรือ TMN PIONEER ซึ่งทอดสมออยู่กลางทะเล

แค่ก้าวแรกก็ทำเอาใจผมไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้วครับ ผมต้องใช้สมาธิอย่างมากในการหาจังหวะก้าวจากเรือเล็กขึ้นเรือใหญ่ ต้องระวังไม่ให้พลาดตกน้ำหรือถูกเรือสองลำกระแทกเข้าหากัน จากนั้นยังต้องไต่บันไดลิงขึ้นไปบนเรือ ซึ่งสูงประมาณตึกสามชั้น โดยมีพี่ ๆ บนเรือคอยช่วยดึงตัวผมขึ้นไป

สิ่งแรกที่ทำให้รู้สึกดีคือ ผมมีห้องพักส่วนตัว กัปตันจัดให้ผมพักร่วมกับลูกเรือฝ่ายห้องเครื่อง โดยมีพี่ห้องคอยแนะนำเรื่องการกินอยู่และการใช้พื้นที่ต่าง ๆ บนเรือ ส่วนต้นเรือเป็นผู้ดูแลตารางการฝึกภาคปฏิบัติ และมีผู้ช่วยต้นเรือ (3/O) เป็นพี่เลี้ยงในการปฏิบัติงานของผม

การเรียนรู้จากกัปตัน ต้นเรือ และพี่ ๆ บนเรือ

โดยนิสัยส่วนตัว ผมเป็นคนพร้อมลุยงานหนัก ไม่บ่น ไม่ชอบนินทาหรือตั้งวงจับกลุ่มพูดคุยอะไร ผมตั้งใจทำงานและไม่เคยปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมาย

แต่เมื่อได้ขึ้นมาทำงานจริง ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ค่อยได้ ทั้งที่หลายเรื่องเป็นสิ่งที่เคยเรียนมาแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าจะต้องทำอะไรและเริ่มต้นอย่างไร บางครั้งรู้สึกว่าตัวเองเกะกะการทำงานของทีมมากกว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระ

ต้นเรือจึงให้ผมหยุดช่วยทีมทำงานไปก่อน แล้วให้อ่านคู่มือและศึกษากระบวนการทำงานของเรือ TMN PIONEER แทน การอ่านคู่มือทำให้ผมเริ่มเข้าใจภาพรวมของกระบวนการทำงานบนเรือ รวมถึงระบบความปลอดภัยต่าง ๆ มากขึ้น

แต่เมื่อได้รับมอบหมายให้ช่วยงานสรั่งและ 3/O ผมก็คิดว่าตัวเองเข้าใจและทำได้ เพียงแต่ยังทำงานช้า เพราะกังวลว่าจะเกิดความผิดพลาด และถ้าไม่มีใครสั่ง ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อ

ผมเริ่มสังเกตสีหน้าของพี่ ๆ รู้สึกได้ว่าหลายคนคงระอาผม และถ้าเลี่ยงได้ก็คงไม่อยากมอบหมายงานให้ผมทำ เวลาผมถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม พี่ ๆ ก็มักจะส่งต่อกันไปมา

ช่วงนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เสียใจและผิดหวังกับตัวเองมากว่า ทำไมถึงไร้ความสามารถได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้ว

ความกดดันและคำสอนที่ว่า ต้องเป็น SEAFARER ไม่ใช่แค่มาทนอยู่บนเรือ

เมื่อผ่านไปประมาณเดือนที่สอง กัปตันเรียกผมไปพบ โดยมีต้นเรืออยู่ด้วย ผมถูกตำหนิอย่างหนักด้วยคำพูดที่ทำให้สะเทือนใจ

“ฝึกมาเดือนกว่าแล้ว เอ็งทำตัวให้เป็น SEAFARER หน่อยสิวะ อ่อนแอ เหยาะแหยะ เหงอะงะอยู่นั่นแหละ มันยากตรงไหน หรือติดอะไรบอกมา จะได้ทำงานเป็นเสียที จะฝึกต่อไหม”

ผมเสียใจมาก และไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ ๆ ถึงไม่สอนขั้นตอนการทำงานให้ผม แต่กลับมาถามว่าผมจะตัดสินใจหยุดฝึกหรือไปต่อ ผมรู้สึกอับอายและไม่อยากพบหน้าใครเลย

ผมคิดถึงแม่มาก คืนนั้นเมื่อเรือทอดสมอศรีราชา ผมจึงโทรไปเล่าให้แม่ฟังว่า ผมอาจต้องยุติการฝึก Cadet พร้อมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ผมถูกตำหนิ

แม่รับฟังผมทุกเรื่องโดยไม่ต่อว่าหรือตำหนิซ้ำ ผมรู้ว่าแม่เข้าใจนิสัยของผมดีว่า ผมไม่ใช่คนเกียจคร้าน เป็นคนอดทน และสุภาพ

แม่อธิบายให้ผมฟังว่า

“เรือน้ำมันอย่าง TMN PIONEER เป็นพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงมาก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงชีวิตและก่อให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรงได้ รุ่นพี่เขาจึงไม่มีเวลามาคอยประคบประหงมหนูเหมือนตอนเป็นนักเรียน แต่เขาต้องการให้หนูปรับตัวจากการเป็นนักเรียน มาเป็นคนทำงานบนเรือจริง ๆ

การที่เขาปรับวิธีสอน ให้หนูทำงาน และพูดตำหนิหนู อาจเป็นเพราะเขาต้องการให้หนูปรับปรุงตัว ไม่ได้หมายความว่าเขาเกลียดหนู

แม่อยากให้หนูลองคิดทีละเรื่อง เริ่มจากปรับพฤติกรรมการแสดงออกก่อน เพราะเป็นสิ่งที่คนอื่นมองเห็นได้ชัดกว่าความรู้หรือทักษะที่หนูยังต้องพัฒนา

แม่อยากให้หนูมีความกระตือรือร้น ตื่นตัวอยู่เสมอ เวลาทำงานต้องกระฉับกระเฉง สังเกตว่าพี่ ๆ กำลังทำอะไร และมีอะไรที่เราจะช่วยได้บ้าง ไม่ใช่เพียงเดินไปถามว่ามีอะไรให้ช่วย แต่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าด้วย

ตัวอย่างเช่น ถ้าพรุ่งนี้มีการรับน้ำมัน หนูก็ควรศึกษาจากคู่มือให้รู้ว่าต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรและมีขั้นตอนอย่างไร เมื่อถึงเวลาทำงานจริง หนูจะได้ช่วยพี่ ๆ ได้ ไม่ใช่รอให้เขาบอกทุกอย่าง

อีกอย่างหนึ่ง หนูเป็นเด็กที่สุดในกลุ่มคนทำงาน จึงต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ ไม่แสดงอาการอึดอัด ซึมเศร้า หรือเสียใจจนไม่สามารถทำงานต่อได้ เวลามีคนสั่งงานก็ควรขานรับให้ชัดเจนและมั่นใจ เพื่อให้รู้ว่าเราได้ยินและเข้าใจคำสั่งแล้ว เมื่อทำงานเสร็จต้องรายงานผล ไม่ใช่ทำแล้วหายไปเลย

แม่ช่วยรับฟังและแนะนำเรื่องพฤติกรรมการทำงานให้หนูได้ แต่เรื่องความรู้และทักษะในการทำงาน หนูต้องเป็นคนพัฒนาตัวเองให้สามารถทำได้ จนทำเป็นด้วยตัวเอง”

เริ่มปรับตัวทีละวัน และพัฒนาตัวเองทีละเดือน

หลังจากคุยกับแม่ ผมเริ่มกลับมาทบทวนและปรับปรุงตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องความตื่นตัวและการรู้หน้าที่

ผมพยายามไม่เดินไปเดินมาอย่างไม่มีจุดหมาย แต่เดินให้รวดเร็วและทะมัดทะแมงขึ้น คอยสังเกตว่าพี่ ๆ กำลังทำอะไร และมีงานส่วนไหนที่ผมจะเข้าไปช่วยได้บ้าง


เวลาว่างจากการเข้าเวร ผมจะหาโอกาสถามพี่ ๆ สรั่งหรือนายประจำเรือ เช่น “พี่ครับ งานตรงนี้ทำอย่างไรครับ” หรือ “ปั๊มตัวนี้มีสเปกเท่าไรครับ”

ผมจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ไว้ด้วย เพราะหลายเรื่องเป็นความรู้จากประสบการณ์จริงที่ไม่มีอยู่ในตำราเรียน และผมพยายามไม่ถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หากเป็นเรื่องที่สามารถกลับไปอ่านหรือทบทวนเองได้

อีกเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากคือการสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่ละเลยข้อกำหนดต่าง ๆ

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมรู้สึกว่าตัวเองปรับตัวได้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับสัปดาห์แรกที่ขึ้นเรือ แม้จะยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ แต่ผมก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า การเป็นคนเรือไม่ได้อาศัยเพียงความรู้จากห้องเรียนหรือความอดทนเท่านั้น ผมต้องพัฒนาตัวเองและก้าวต่อไปทีละเดือน ๆ

เมื่อเห็นสถานที่ที่คุ้นเคย ก็เหมือนได้กลับบ้าน

เรือ TMN PIONEER เดินเรือรับส่งน้ำมันและสารเคมีภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงท่าเรือภายในประเทศไทยด้วย

ทุกครั้งที่เรือแวะท่าไทยออยล์ที่แหลมฉบัง หรือแล่นผ่านบริเวณเขาภูไบ ผมมักรู้สึกดีเป็นพิเศษ เพราะเป็นสถานที่ที่แม่เคยทำงาน และเป็นพื้นที่ที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กในช่วงปิดเทอม

ทุกครั้งที่ได้เห็นสถานที่เหล่านั้น ผมรู้สึกเหมือนได้กลับมาอยู่ใกล้บ้านอีกครั้ง เป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมกำลังใจให้ผมได้มาก

บางที แค่ได้เห็นหลังคาบ้านจากระยะไกล ก็ทำให้คนที่อยู่ไกลบ้านรู้สึกใจฟูขึ้นมาได้แล้วครับ


ตอนต่อไป ชีวิตผม Cadet บน TMN PIONEER TANKER ครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำตัว

รู้จัก "ครูพี่ตุ้ม"

รู้จักครูพี่ตุ้ม HROD จากประสบการณ์จริง ครูพี่ตุ้ม หรือ อ.พรทิพา สมประสงค์ มีประสบการณ์ทำงานและพัฒนางานด้านทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาอง...