...เมื่อย้อนกลับไป ผมไม่แน่ใจว่าชีวิตถูกกำหนดให้เป็นคนเรือจริง ๆ หรือเปล่า เพราะตอนนั้นผมไม่ได้มีความฝันอยากทำงานเรือเลยด้วยซ้ำ แต่การตัดสินใจในวันนั้นพาผมเข้าสู่โลกที่แทบไม่รู้จัก และทำให้ผมต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย กว่าจะเข้าใจว่าการเป็นคนประจำเรือจริง ๆ หมายถึงอะไร
วันแรกของชีวิตนักเรียนพาณิชย์นาวี
วันแรกที่เข้าเรียน ผมต้องตัดผมสั้นที่สุดในชีวิต เตรียมของใช้ส่วนตัวใส่ตะกร้าผ้า แล้วไปเข้าแถวรอเรียกตัวเข้าพักในหอพัก ซึ่งมีรูปทรงคล้ายเรือสีฟ้า-น้ำเงิน-ขาว
ชีวิตในหอพักไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเลือกทำอะไรตามใจตัวเอง เพราะเราต้องเรียนรู้ระเบียบตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการจัดเตียง เก็บของใช้ส่วนตัว แต่งกาย ทำความสะอาดห้อง ไปจนถึงการเข้าแถวและทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้ตรงเวลา
นักเรียนใหม่จะมีรุ่นพี่ปี 2 ที่เรียกว่า “พี่ห้อง” คอยแนะนำการใช้ชีวิตในหอพักและกฎกติกาต่าง ๆ รวมถึงช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการเรียนและการปรับตัว ส่วนในแต่ละตอนจะมี “นายตอน” ซึ่งเป็นรุ่นพี่ปี 3 หรือปี 4 ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ตรวจความพร้อมและการเข้าแถว รวมทั้งเป็นตัวกลางถ่ายทอดคำสั่งและตารางปฏิบัติงานจากครูฝึกมายังนักเรียนในตอน
ผมจึงใช้วิธีเขียนบันทึกลงในสมุดทุกวัน
เล่าเรื่องที่ผมพบเจอ ทั้งเรื่องเรียน การฝึก และเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน
เมื่อถึงช่วงที่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ผมจะนำสมุดเล่มนั้นไปให้แม่อ่าน
ผมจำได้ว่าเวลารับกลับบ้าน
รุ่นพี่จะมายืนควบคุมการเรียกชื่อและส่งนักเรียนกลับทีละคนบริเวณหน้าโรงเรียน
เมื่อมองย้อนกลับไป
ช่วงเวลานั้นทำให้ผมได้ฝึกสื่อสารอีกแบบหนึ่ง
และได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์ตลอดเวลา
ไม่ได้มีแค่เรียนหนังสือ
แต่ต้องฝึกให้พร้อมใช้ชีวิตแบบชาวเรือ
หลักสูตรมีทั้งวิชาการที่เรียนในห้องเรียนเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไป
และการฝึกภาคปฏิบัติที่เข้มข้น
เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมกับชีวิตและการทำงานบนเรือ
สิ่งที่ผมจำได้ดีคือ การฝึกระเบียบวินัยและความอดทน บางครั้งเพียงทำอะไรผิดระเบียบหรือไม่เป็นไปตามคำสั่ง ก็อาจถูกลงโทษด้วยวิธีฝึกทางกายคล้ายการฝึกทหาร เช่น วิดพื้น โหนบาร์ หรือการฝึกท่าทางต่าง ๆ ที่ทำให้เหนื่อยและเจ็บตัวอยู่ไม่น้อย มีทั้งหัวถลอก รอยช้ำตามตัว และหลายครั้งก็เหนื่อยจนแทบไม่ไหว แต่ก็ต้องพยายามอดทนต่อไป ผมยอมรับว่าบางครั้งน้ำตาคลอเหมือนกันครับ เพียงแต่ตอนนั้นเราก็พยายามประคองตัวเองให้ผ่านแต่ละวันไปให้ได้
เมื่อมองย้อนกลับไป
ผมเริ่มเข้าใจว่าการฝึกไม่ได้ต้องการให้เราแข็งแรงเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องการให้เรารู้จักควบคุมตัวเอง ทำตามขั้นตอน มีวินัย
และทำงานร่วมกับคนอื่นได้ แม้ในเวลาที่เหนื่อยหรืออยู่ภายใต้ความกดดัน
แม่ขอแทรกมุมมอง HROD สักนิด
สำหรับวิชาชีพคนประจำเรือ
เรื่องเหล่านี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเมื่อขึ้นไปทำงานบนเรือ
ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันในพื้นที่จำกัด มีหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง ต้องทำงานเป็นทีม
และต้องตระหนักอยู่เสมอว่าความผิดพลาดบางอย่างอาจกระทบต่อความปลอดภัยของทั้งลำ
ส่วนการฝึกทักษะใหม่ ๆ
ตั้งแต่การใช้ชีวิตตามระเบียบ การทำงานร่วมกัน
การเตรียมความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงทักษะพื้นฐานของวิชาชีพ
เป็นการพัฒนาทักษะสำหรับการเข้าสู่อาชีพ (Initial
Skill Development) ซึ่งต้องต่อยอดไปสู่ความรู้และทักษะเฉพาะทางตามหลักสูตรและมาตรฐานวิชาชีพทางทะเล
เช่น STCW ในลำดับต่อไป
ดังนั้น การฝึกจึงควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า
ต้องการพัฒนาความพร้อมด้านใด และสิ่งที่ฝึกจะนำไปใช้กับการทำงานจริงอย่างไร
เส้นทางที่ไม่ได้มีแต่คนเดินไปถึงเส้นชัย
นอกจากการเรียนและการฝึกที่หนักแล้ว
การใช้ชีวิตภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดก็เป็นอีกเรื่องที่ทุกคนต้องปรับตัว
เมื่อเวลาผ่านไป
ผมเริ่มเห็นเพื่อนบางคนทยอยออกไปทีละคนสองคนในแต่ละเทอม
บางคนเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ บางคนเปลี่ยนไปเรียนสายวิชาชีพอื่น เพราะค้นพบว่าเส้นทางนี้อาจไม่ใช่ชีวิตที่ต้องการ
ส่วนผมเองก็ไม่ได้เรียนจบพร้อมเพื่อนรุ่นเดียวกันทั้งหมด
เพราะต้องกลับมาเรียนซ้ำและซ่อมวิชาเคมีกับสถิติ
ทำให้ใช้เวลาเรียนมากกว่าคนอื่นอีกหนึ่งปี
ในช่วงที่เพื่อนบางคนเรียนจบและออกไปฝึกภาคปฏิบัติบนเรือแล้ว ผมยังต้องกลับมาเก็บวิชาที่ค้างอยู่ให้ผ่านก่อน
ยอมรับว่ามีช่วงที่รู้สึกท้อเหมือนกัน
แต่สุดท้ายผมก็เรียนจนจบหลักสูตร
และได้ออกไปฝึกภาคปฏิบัติบนเรือเป็นเวลาหนึ่งปีตามเส้นทางของนักเรียนเดินเรือ
เมื่อมองย้อนกลับไป
ผมคิดว่าการเรียนในช่วงนั้นไม่ได้สอนแค่วิชาการหรือทักษะการเดินเรือ
แต่ยังทำให้ผมได้รู้จักตัวเองมากขึ้นว่า ผมจะอดทนกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยได้แค่ไหน
และพร้อมจะเดินต่อในเส้นทางที่เลือกไว้หรือไม่
สำหรับผม
การผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของชีวิตครับ
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือการออกจากห้องเรียนไปใช้ชีวิตและฝึกงานบนเรือจริงเป็นเวลาหนึ่งปี
ในตอนต่อไป ผมจะเล่าถึงปีที่ห้า
ซึ่งเป็นปีแห่งการฝึกภาคปฏิบัติบนเรือ หลังจากเรียนภาคทฤษฎีมาแล้วสี่ปี
ว่าชีวิตนักเรียนเดินเรือเมื่อก้าวจากห้องเรียนไปอยู่บนเรือจริงเป็นอย่างไร
และประสบการณ์ในปีนั้นเปลี่ยนมุมมองของผมต่ออาชีพนี้อย่างไรบ้าง
แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ ⚓
อ้างอิง ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า https://web.mmtc.ac.th/

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น