ช่วงเวลาที่ลูกต้องรอโอกาสกลับไปทำงานในสายอาชีพนักเดินเรือไม่ใช่เรื่องง่าย
เมื่อไม่สามารถกำหนดได้แน่ชัดว่าจะต้องรออีกนานเพียงใด
การตัดสินใจออกไปทำงานบนบกชั่วคราวจึงกลายเป็นอีกช่วงหนึ่งของชีวิตที่มีทั้งความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้
ในฐานะแม่และคนทำงานด้าน HROD ครูพี่ตุ้มได้มีโอกาสนำแนวคิดที่เคยใช้ในการทำงานมาพูดคุยกับลูก
ตั้งแต่การสำรวจความสามารถของตัวเอง การมองหางานที่เหมาะสม การเตรียมตัวสมัครงาน
ไปจนถึงการเรียนรู้และปรับตัวเมื่อได้เริ่มทำงานจริง
เมื่อมองย้อนกลับไป ประสบการณ์บนบกครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของการหางานทำ
แต่ยังมีบทเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาคนที่น่าสนใจอีกหลายประการค่ะ
1. เริ่มจากการรู้จักตัวเอง
ก่อนมองหางานที่เหมาะสม
ก่อนสมัครงาน เราเริ่มจากการสำรวจว่าลูกมีความรู้
ทักษะ และประสบการณ์อะไรอยู่แล้วบ้าง จากนั้นจึงนำสิ่งเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับคุณสมบัติที่งานต้องการ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Competency Gap Analysis หรือการวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างสมรรถนะที่มีอยู่กับสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับงาน
การวิเคราะห์เช่นนี้ช่วยให้เห็นว่า
·
เรามีจุดแข็งอะไรที่สามารถนำไปใช้กับงานได้
·
มีทักษะอะไรที่ยังต้องเรียนรู้หรือพัฒนาเพิ่มเติม
·
ควรนำเสนอความสามารถของตัวเองอย่างไรให้ตรงกับงานที่สมัคร
เมื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้น การปรับ Resume จึงไม่ใช่เพียงการเขียนประวัติให้ดูดี
แต่เป็นการเลือกนำเสนอความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่จริงให้สอดคล้องกับสิ่งที่นายจ้างต้องการ
สำหรับคนที่เพิ่งจบการศึกษาและยังมีประสบการณ์ทำงานไม่มาก
การรู้จักตัวเองและมองเห็นสิ่งที่ต้องพัฒนาจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญค่ะ
2. งานที่ไม่ตรงสาย
อาจเป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่
แม้งานบนบกจะไม่ใช่เส้นทางอาชีพที่ลูกตั้งใจไว้ในระยะยาว
แต่การได้ทำงานจริงเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้ทักษะและวิธีทำงานที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยเรียนมา
ความรู้จากสายอาชีพเดิมอาจไม่ได้ตรงกับงานใหม่ทุกด้าน
แต่บางสิ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น ความรับผิดชอบ วินัย
การเรียนรู้ตามขั้นตอน และการปรับตัวเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย
ในขณะเดียวกัน
ทักษะบางอย่างก็ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมผ่านการฝึกฝนและการลงมือทำจริง
แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ Transferable
Skills หรือทักษะที่สามารถนำไปใช้ในงานที่แตกต่างกัน และ Reskilling หรือการพัฒนาทักษะใหม่เพื่อรองรับงานหรือบทบาทที่เปลี่ยนไป
บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเราต้องทำงานให้ตรงกับสาขาที่เรียนมาเท่านั้น
แต่ควรรู้จักมองด้วยว่า ความสามารถเดิมของเราสามารถนำไปใช้ที่ไหนได้บ้าง
และมีอะไรที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ทำงานนั้นได้ดีขึ้น
แน่นอนว่า
การเปิดใจเรียนรู้งานใหม่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องละทิ้งเป้าหมายเดิม
แต่บางครั้งการทำงานระหว่างรอจังหวะที่เหมาะสม
ก็ช่วยให้เราได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าติดตัวไปด้วยค่ะ
3. เมื่อคนเริ่มงานใหม่
ระบบสนับสนุนขององค์กรก็มีความสำคัญ
อีกประสบการณ์หนึ่งที่ลูกได้พบ
คือการเริ่มทำงานในบริษัทอเมริกันแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการดูแลพนักงานใหม่ผ่านกระบวนการเรียนรู้งานและการปรับตัวเข้าสู่องค์กร
แนวคิด Onboarding หมายถึงกระบวนการช่วยให้พนักงานใหม่เข้าใจบทบาท
หน้าที่ วิธีทำงาน และสภาพแวดล้อมขององค์กร
เพื่อให้สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน การเรียนรู้งานไม่ได้เกิดจากความพยายามของตัวพนักงานเพียงฝ่ายเดียว
แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีที่องค์กรถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำ
และจัดระบบสนับสนุนการทำงานด้วย
หากพนักงานได้รับข้อมูลที่จำเป็น
เข้าใจสิ่งที่องค์กรคาดหวัง และมีโอกาสเรียนรู้ทักษะที่ต้องใช้
ก็ย่อมมีพื้นฐานที่ดีขึ้นในการปรับตัวเข้ากับงาน
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า
การพัฒนาคนไม่ได้จบลงเมื่อองค์กรรับคนเข้าทำงานแล้ว
แต่ยังต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่องระหว่างการทำงานด้วย
4. บทเรียนจากเรื่องเล็ก
ๆ สู่แนวคิด HROD
เมื่อมองเรื่องราวทั้งหมดในมุมของ HROD ครูพี่ตุ้มเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาตัวบุคคลกับระบบการทำงานขององค์กร
ในด้าน HRD (Human Resource Development) เรามองเรื่องการพัฒนาความรู้
ทักษะ และความสามารถของคน
ตั้งแต่การรู้จักจุดแข็งของตัวเองไปจนถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ในด้าน HRM (Human Resource Management) เรามองกระบวนการบริหารคนที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา
การคัดเลือก การเริ่มงาน และการสนับสนุนให้พนักงานสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม
ส่วน OD (Organization Development) ชวนให้เรามองภาพที่กว้างขึ้นว่า
ระบบ กระบวนการทำงาน บทบาทของผู้เกี่ยวข้อง และวัฒนธรรมองค์กร
มีส่วนเอื้อต่อการทำงานและการพัฒนาคนอย่างไร
ทั้งสามด้านมีความเกี่ยวข้องกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทุกอย่างจะแก้ได้ด้วยเครื่องมือเดียว
หรือเกิดจากตัวคนหรือระบบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
สิ่งสำคัญคือ
การเริ่มจากทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ชัด แล้วเลือกแนวทางที่เหมาะกับปัญหาจริง
เรื่องราวของลูกชายจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้แม่ได้กลับมาทบทวนแนวคิด
HROD ผ่านชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เฉพาะในห้องอบรมหรือในองค์กรเท่านั้น
จากงานบนบก…สู่เส้นทางนักเดินเรือ
งานบนบกอาจไม่ใช่จุดหมายที่ลูกตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
แต่เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน การปรับตัว
และการนำความสามารถของตัวเองไปใช้ในสถานการณ์จริง
วันนี้เขาได้กลับเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักเดินเรือที่ตั้งใจไว้แล้ว
ส่วนประสบการณ์จากการทำงานบนบกจะมีส่วนช่วยในการเดินทางต่อไปอย่างไรนั้น
ก็เป็นเรื่องที่ยังต้องเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ใหม่ ๆ อีกมาก
สำหรับแม่ การได้เห็นลูกค่อย ๆ
ค้นหาเส้นทางของตัวเอง เรียนรู้จากสิ่งที่พบ และเดินหน้าต่อไปตามเป้าหมาย
เป็นอีกบทเรียนหนึ่งของการพัฒนาคนที่ไม่อาจเรียนรู้ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว
และเรื่องราวก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ค่ะ
“กว่าจะเป็นสุภาพบุรุษนักเดินเรือ” คือเรื่องเล่าชุดใหม่ที่ครูพี่ตุ้มอยากชวนทุกท่านติดตามต่อ
ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนลงเรือ
ไปจนถึงประสบการณ์การเรียนรู้ชีวิตและการทำงานในโลกของนักเดินเรือ
โดยจะเล่าผ่านประสบการณ์ของลูกชายและมุมมองของแม่ที่ได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน
นอกจากเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงแล้ว
ครูพี่ตุ้มจะค่อย ๆ แบ่งปันบทความความรู้ด้าน HROD ทั้ง HRM, HRD และ OD เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวจากการทำงานเข้ากับหลักคิดและเครื่องมือที่ผู้อ่านสามารถนำไปศึกษาและประยุกต์ใช้ได้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามซีรีส์ “เด็กจบใหม่หางานยาก VS HR หาคนทำงานยาก” ทั้ง 4 ตอนนะคะ
ย้อนอ่านซีรีส์ 4 ตอนได้ที่ https://hrodconsultant.blogspot.com/ 1️⃣ เด็กจบใหม่ก็อยากทำงาน…แล้วทำไมการเริ่มต้นชีวิตทำงานจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด? 2️⃣ งานแรกไม่จำเป็นต้องตรงสาย 100% แต่ควรพาเราไปข้างหน้า 3️⃣ ถอดรหัส JD: เปลี่ยนประกาศงานให้เป็นเครื่องมือประเมินความสามารถของตัวเอง 4️⃣ เด็กจบใหม่หางานยาก VS
HR หาคนไม่ได้…ช่องว่างตรงกลางที่ไม่มีใครพูดถึง
คืออะไร?
หวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่ชวนให้เรามองเห็นว่า
การพัฒนาคนเริ่มต้นได้จากการเข้าใจตัวเอง เปิดใจเรียนรู้ และมองหาโอกาสที่จะเติบโต
แม้ในวันที่เส้นทางยังไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
แล้วพบกันในเรื่องเล่าบทต่อไปค่ะ ⚓

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น