งานแรกไม่จำเป็นต้องตรงสาย 100% แต่ควรพาเราไปข้างหน้า

 ประสบการณ์..เรื่องจริงที่แสดงให้เห็นว่าความสามารถจากงานหนึ่งนำไปใช้กับอีกงานได้

➽..เรียนจบมาเพื่อทำอาชีพหนึ่ง แต่เมื่อโอกาสยังไม่มาถึง เราควรทำอย่างไร? จะรอต่อไป หรือมองหางานอื่นทำระหว่างรอ?


คำถามนี้เคยเกิดขึ้นในครอบครัวของครูเช่นกันค่ะ


ลูกชายเรียนจบระดับปริญญาตรีด้านพาณิชย์นาวี โดยตั้งเป้าหมายอาชีพว่าจะทำงานบนเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี สายต่างประเทศ แต่การจะก้าวเข้าสู่อาชีพนี้ต้องฝึกอบรมเพิ่มเติมตามข้อกำหนด STCW (Standards of Training, Certification, and Watch keeping for Seafarers) และการอนุมัติใบอนุญาต กรมเจ้าท่า

ในช่วงที่เขากำลังเตรียมตัวนี้ เกิด โควิด-19 ระบาดต่อเนื่อง โอกาสในการเริ่มงานบนเรือจึงไม่ได้เกิดขึ้นทันที

เขารับทำงานชั่วคราว ในการตรวจสอบสินค้าลงเรือ-ขึ้นจากเรือที่ท่าเรือบางปะกง พระประแดง และศรีราชา ทำให้บางช่วงมีงานทำ บางช่วงก็ต้องอยู่บ้าน

ระยะแรกเขายังสนุกกับงาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มเก็บตัวและบ่นกับแม่อยู่บ่อย ๆ ว่า

“หรือเราเลือกเรียนผิดนะ?”

ครูคิดว่าคนที่กำลังรอโอกาสในชีวิตอาจเคยมีคำถามนี้อยู่ในใจเช่นกัน เมื่อสิ่งที่ตั้งใจไว้ยังไม่เกิดขึ้น เราอาจเริ่มสงสัยในการตัดสินใจของตัวเอง และมองไม่เห็นทางเลือกอื่นที่อยู่ตรงหน้า


1. ก่อนจะตัดสินใจว่าเราไม่มีทางเลือก ลองสำรวจตัวเองก่อน

ครูไม่ได้บอกให้ลูกชายเปลี่ยนสายอาชีพ และไม่ได้ตัดสินว่าการเลือกเรียนพาณิชย์นาวีเป็นการตัดสินใจที่ผิด แต่ชวนให้เขาลองทบทวนตัวเองว่า นอกจากความรู้ด้านการเดินเรือแล้ว เขายังมีความสามารถอะไรอีกบ้าง

ตั้งแต่เด็ก ลูกชายชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ครูไม่ได้ห้าม แต่พยายามสนับสนุนให้เขาใช้ความสนใจนั้นในการเรียนรู้ ทั้งเกมเพื่อการศึกษา การฝึกพิมพ์สัมผัส และการใช้ภาษาอังกฤษผ่านคำสั่งและการสื่อสารในเกม เขาจึงมีทักษะการพิมพ์สัมผัสประมาณ 80 คำต่อนาที และทักษะการใช้ภาษาอังกฤษดี และเรียนรู้การสื่อสารภาษาฝรั่งเศสจากสื่อออนไลน์เอง

นอกจากนี้ เขาได้ช่วยครูทำงานเอกสาร HRM และ HRD ตั้งแต่เขาเรียนมัธยมต้น และใช้ทักษะภาษารับแปลบทความบนเว็บไซต์และตำราเรียนการเดินเรือ  รวมถึงงานแปลคำบรรยายภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นรายได้เสริม เพราะเป็นสิ่งที่เขาสนใจ

เมื่อครูถามว่า เขาคิดว่าตัวเองถนัดอะไร คำตอบที่เขามองเห็นชัดเจนในตอนนั้นคือ การใช้ภาษาอังกฤษและการพิมพ์สัมผัส

แต่ครูอยากให้เขามองกว้างกว่านั้นอีกนิดค่ะ

สิ่งที่เขาทำมาตลอดหลายปีไม่ได้มีเพียงทักษะภาษาและคอมพิวเตอร์ แต่ยังช่วยงานเอกสาร HR ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานจริงด้วย

สิ่งที่เขาเคยมองว่าเป็นเพียงการช่วยงานแม่ทำงาน อาจเป็นประสบการณ์ที่นำไปใช้กับงานอื่นได้ หากเขาเข้าใจว่าตัวเองเคยทำอะไร และทำสิ่งนั้นได้ดีเพียงใด


2. เปลี่ยนจากการคิดว่า “ไม่เคยทำงาน” เป็นการมองให้เห็นว่า “เราเคยทำอะไรได้บ้าง”

ครูชวนลูกลองพิจารณางาน HR Admin. หรืองานใกล้เคียง โดยเริ่มจากดูรายละเอียดงานที่ลงโฆษณา (Job Brief) แล้วให้เขาประเมินด้วยตัวเองว่า งานส่วนใดตรงกับความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่จริง

เมื่อได้ทบทวน เขาพบว่ามีหลายงานที่เขาคุ้นเคย ทั้งการจัดทำเอกสาร การบันทึกข้อมูล การใช้ภาษาอังกฤษ และการประสานงานบางประเภท

ครูจึงแนะนำให้เขาลองสมัครงานในสายนี้ โดยนำสิ่งที่เคยทำได้จริงมาปรับใน Resume ให้ชัดเจน ไม่กล่าวเกินความสามารถ และไม่สร้างประสบการณ์ที่ไม่มีอยู่จริง


⧭ครูไม่แนะนำให้ปรับ Resume ดูดีเกินจริง แต่ต้องการให้ผู้พิจารณาเห็นความเกี่ยวข้องระหว่างประสบการณ์ของผู้สมัครกับสิ่งที่ตำแหน่งงานต้องการ⧭


เขาจึงปรับ Resume โดยเลือกใช้คำสำคัญที่ตรงกับรายละเอียดงานและสะท้อนทักษะที่มีจริง เพื่อให้ใบสมัครสื่อสารกับระบบคัดกรองและผู้พิจารณาได้ชัดเจนขึ้น

-ไม่นาน... มีบริษัทเรียกเขาสัมภาษณ์ออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษ ทั้งตำแหน่ง HR Admin. และ Customer Service

เขาเลือกงาน Customer Service กับบริษัทอเมริกัน ซึ่งเป็นสัญญาจ้างปีต่อปี เพราะยังต้องการเดินหน้าสู่อาชีพเรือ ไม่ได้ตั้งใจเปลี่ยนเป้าหมายชีวิตไปเป็น HR หรือ Admin. อย่างถาวร

การเลือกงานครั้งนั้นจึงไม่ใช่การละทิ้งความฝัน แต่เป็นการเลือกทำงานระหว่างรอโอกาส พร้อมกับพัฒนาตัวเองไปด้วย


3. งานที่เลือกทำระหว่างรอ อาจให้มากกว่าเงินเดือน

ลูกชายทำงาน Customer Service กับบริษัทอเมริกันเกือบ 3 ปี โดยต่อสัญญาจ้าง 2 ครั้ง และทำงานจากบ้าน (WFH) ในช่วงที่สถานการณ์เอื้ออำนวย

ระหว่างนั้น เขาเรียน Excel ระดับ Intermediate ออนไลน์ที่มีประกาศนียบัตร เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานของตัวเอง

การทำงาน Customer Service ทำให้เขาได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร แก้ปัญหาให้ลูกค้า และประสานงานกับหน่วยงานอื่นเพื่อส่งเสริมการขายและแก้ปัญหาทางเทคนิคให้ลูกค้า ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานบริการลูกค้าเท่านั้น

จากนั้น เขามีโอกาสทำงานด้าน Customer Service การทำวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Visa/Work Permit) กับบริษัทฝรั่งเศสขนาดเล็กใกล้บ้าน ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องเอกสารและการประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น เขาสามารถต่อยอดงานบริการทำ Visa/Work Permit บน Facebook ได้ด้วย

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเริ่มมองเห็นว่า แม้งานแต่ละงานจะไม่ใช่อาชีพที่เรียนมาโดยตรง แต่ก็อาจช่วยให้เราได้ทักษะ ความรู้ และความมั่นใจที่นำไปใช้กับงานอื่นได้

ที่สำคัญ เขาเริ่มมองเห็นทางเลือกมากขึ้น แทนที่จะคิดว่ามีเพียงสองทาง คือได้ทำงานเรือทันที หรือแปลว่าตัวเองเลือกเรียนผิด


4. ประสบการณ์ที่ไม่ตรงสาย กลับช่วยให้ก้าวสู่อาชีพที่ตั้งใจไว้

เมื่อลูกชายฝึกอบรมเพิ่มเติมครบตามข้อกำหนด และได้รับใบอนุญาตเดินเรือ เขากลับมาสมัครงานในสายอาชีพที่ตั้งใจไว้ โดยนำประสบการณ์และทักษะจากงานที่ทำระหว่างรอมาเรียบเรียงลงใน Resume ด้วย

ปี 2568 เขาได้รับโอกาสทำงานตำแหน่งผู้ช่วยต้นเรือ (3/O) บนเรือบรรทุกน้ำมันสายในประเทศของบริษัทในกลุ่มพลังงานเป็นเวลา 6 เดือน และใช้ช่วงพักระหว่างงานไปอบรมหลักสูตรเรือบรรทุกสารเคมีชั้นสูง (Advanced Chemical Tanker Cargo Operations) เพิ่มเติม เพื่อเตรียมตัวสำหรับทำงานเรือ Tanker oil/chemical สายต่างประเทศ ตามความฝันของเขา

ปัจจุบัน เขาทำงานตำแหน่งผู้ช่วยต้นเรือ (3/o) เรือ Tanker oil/chemical เส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และจีน เขาบอกครูว่า เขาวาง career path ในแนวนอน คือ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ พัฒนาตัวเองให้ทำเป็น ทำให้ได้ดี เพื่อพร้อมทำงานบนเรือต่างประเทศที่มีระวางขนาดใหญ่ขึ้น ก่อนจะเติบโตสู่ career path แนวตั้ง ในตำแหน่ง ต้นหน และ ต้นเรือต่อไป

เส้นทางของเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะงานทุกงานตรงกับวุฒิการศึกษา แต่เกิดจากการค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ พัฒนาทักษะ และไม่หยุดเตรียมตัวสำหรับโอกาสที่ต้องการ


บทเรียนจากประสบการณ์ของแม่และลูก

เมื่อมองย้อนกลับไป พี่ตุ้มคิดว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ลูกชายได้ทำงานอะไรระหว่างรอ แต่อยู่ที่เขาได้เรียนรู้ที่จะมองเห็นความสามารถของตัวเอง และเข้าใจว่าประสบการณ์แต่ละอย่างสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างไร

สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบหรือกำลังรอโอกาสในอาชีพที่ตั้งใจไว้ พี่ตุ้มอยากชวนให้ลองถามตัวเอง 3 ข้อ

·         เรามีความรู้และทักษะอะไรอยู่แล้วบ้าง?

·         มีงานอะไรที่เราสามารถนำความสามารถเหล่านั้นไปใช้ได้จริง?

·         ถ้าเลือกทำงานนั้นในช่วงนี้ เราจะได้เรียนรู้อะไรที่ช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายในอนาคตมากขึ้น?

งานแรกอาจไม่จำเป็นต้องตรงกับสาขาที่เรียนมาทุกประการ แต่การเลือกงานควรพิจารณาทั้งความสามารถที่มี โอกาสเรียนรู้ และทิศทางที่อยากเติบโตต่อไป

เพราะบางครั้ง งานที่เราคิดว่าเป็นเพียงงานระหว่างรอ อาจกลายเป็นพื้นที่ฝึกทักษะที่เราไม่เคยรู้ว่าตัวเองต้องใช้ในอนาคต


⧭ อย่าเพิ่งตัดสินตัวเองว่าไม่มีความสามารถ เพียงเพราะยังไม่ได้ทำงานในฝัน ลองสำรวจสิ่งที่มีอยู่ เรียนรู้จากสิ่งที่ทำ และใช้ทุกโอกาสที่เหมาะสมเป็นก้าวหนึ่งของการเดินทาง⧭

ครูพี่ตุ้มยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากประสบการณ์ของทุกคนค่ะ

มาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดแนวคิดด้าน HROD ไปด้วยกันได้ที่ Facebook Page: HROD Consultant by “ครูพี่ตุ้ม”

👉 ที่ https://www.facebook.com/hrodconsultant.by.kru.P.TUM)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การจ่ายค่าจ้าง...และ โครงสร้างเงินเดือน (Salary Structure)

วิธีการสร้างและจัดการโครงสร้างเงินเดือน ภาคปฏิบัติ (Salary Structure Design and Salary Slotting)

Situational Leadership I หรือ ผู้นำตามสถานการณ์ (ตอนที่ 1)